My Princess
ชอบ...คุณรู้จักคำนี้ดีแค่ไหน?
คิดถึง...คุณสื่อคำนี้ออกมาด้วยอะไร?
รัก...คุณเคยมีคำนี้อยู่ในใจรึเปล่า?
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเจ้าชายรูปงามองค์หนึ่งวิ่งเข้ามาช่วยเจ้าหญิงที่กำลังโดนรุมทำร้ายจากพวกผู้ชายใจร้าย เมื่อเจ้าชายช่วยเจ้าหญิงออกมาได้ เขาก้อรู้สึกอยากปกป้องเธอ เจ้าชายคอยอยู่ข้างๆเจ้าหญิงเสมอ คอยปลอบโยนเวลาที่เธอร้องไห้ คอยเป็นกำลังใจในเวลาที่เธอท้อแท้ คอยช่วยเหลือเวลาที่เธอตกอยู่ในอันตรายและในที่สุดเจ้าชายก้อตกหลุมรักเจ้าหญิง
แต่ต่อมาไม่นาน เจ้าหญิงองค์นั้นก้อทิ้งผมไป เธอจากไปวันที่ผมกำลังจะบอกรักเธอ ผมกอดร่างที่ไร้วิญญาณของเธอเอาไว้ น้ำตาไหลอาบแก้ม และพูดคำๆหนึ่งซ้ำๆ คำๆนั้น คือคำว่า ผมรักคุณ แต่ผมคงยังไม่ได้บอกคุณใช่มั้ยว่าเจ้าหญิงของผม...เป็นผู้ชาย
ยูสุเกะ กลับบ้านเถอะ ฮิซาโตะเรียกพี่ชายตนเองให้กลับบ้าน ก้อพี่เขาน่ะ คุกเข่าอยู่หน้าหลุมศพนี้มาตั้งนานแล้วนะ และตอนนี้อากาศมันก้อหนาวมากแล้วด้วย ยูสุเกะลุกขึ้นจากพื้นแล้วมองไปยังป้ายบนหลุมศพที่เขียนไว้ว่า ฟุรุยะ เคตะ มองเป็นครั้งสุดท้าย แล้วหันหลังกลับ เดินย้อนกลับไปทางที่ตนเดินเข้ามา
แม่ฮะ ผมเข้าไปนะฮะ ยูสุเกะพูดขึ้นก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของผู้เป็นแม่
มีอะไรจ๊ะยูสุ นั่งก่อนสิ แม่เอ่ยขึ้นหลังจากที่ลูกชายเข้ามาในห้อง
ผมขอย้ายไปอยู่ที่อเมริกากับพ่อได้มั้ยฮะ ยูสุเกะพูดขึ้นหลังจากที่ทั้งห้องถูกความเงียบเข้าปกคลุมเป็นเวลานาน
อืม ได้สิจ๊ะ แล้วลูกจะไปเมื่อไหร่ล่ะ แม่ถามด้วยรอยยิ้ม
ผมอยากไปให้เร็วที่สุดฮะ
พรุ่งนี้ลูกของเพื่อนพ่อเค้ากำลังจะไป ยูสุไปพร้อมเค้าแล้วกันนะจ๊ะ
ครับแม่
เช้าวันรุ่งขึ้น ฮิซาโตะและแม่ก้อมาส่งยูสุเกะที่สนามบิน ซึ่งเป็นที่ที่นัดริวอิจิที่จะไปพร้อมกัน
สวัสดีครับ คุณน้า ริวอิจิเข้ามาทักทายแม่ของยูสุเกะ
สวัดดีจ๊ะ ริวนี่ยูสุเกะที่จะไปอเมริกาพร้อมกับหนูไงจ๊ะ แม่ของยูสุเกะแนะนำให้ริวอิจิรู้จักกับยูสุเกะ
หวัดดีฮะ ริวอิจิทักทายพร้อมกับยิ้มให้
อืม ยูสุเกะตอบรับเบาๆ แต่ไม่หันไปมองอีกฝ่าย ทำเอาริวอิจิหุบยิ้มไปทันที
เออ ริว ยูสุ แม่ว่ามันใกล้ถึงเวลาแล้วนะจ๊ะ ลูกสองคนรีบไปเถอะ
ครับคุณน้า สวัสดีครับ ริวอิจิหันไปโค้งให้กับแม่ของยูสุเกะ ก่อนจะเดินตามหลังยูสุเกะไป
นี่นาย รอชั้นด้วยดิ
นายก้อหัดเดินให้มันเร็วๆดิ
นายอ่ะแหละ เดินช้าๆ หน่อย
นายแหละ เดินเร็วๆ
นายแหละ เดินช้าๆ
โว้ย!! ไม่เถียงกับนายแล้ว เบื่อ!! และแล้วยูสุเกะก้อเดินนำจนกระทั่งนั่งอยู่บนเครื่องบิน
สวัสดีค่ะ รับชาหรือกาแฟดีคะ
ขอกาแฟครับ ริวอิจิตอบพร้อมโปรยรอยยิ้มให้กับแอร์สาวสวย
ชา ยูสุเกะตอบด้วยเสียงห้วนๆ
ค่ะ รอสักครู่นะคะ แล้วแอร์คนั้นก้อเดินไป
นี่นาย พูดจากับคนอื่นเนี่ย ช่วยพูดให้มันสุภาพหน่อยได้มั้ย ริวอิจิต่อว่าหลังจากที่ได้รับชาและกาแฟ แต่ไร้คำขอบคุณจากยูสุเกะ
มันเรื่องของชั้นน่ะ ยูสุเกะตอบด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่ารำคาญ
อ๋อ รำคาญมากใช่มั้ย ก้อได้ชั้นไม่อยู่ให้นายรำคาญก้อได้ แล้วริวอิจิก้อลุกออกไป
~เฮ้อ คนไรวะขี้งอนอย่างกะผู้หญิง แต่ช่างเหอะเดี๋ยวก้อคงกลับมาเองแหละ~
แต่ผ่านไป 15 นาที ริวอิจิก้อยังไม่กลับมา
~เอ๊ะ!! เค้าไปไหนนะ แล้วชั้นจะไปตามหาเค้ายังงัยหล่ะ ก้อชั้นไม่เคยมองหน้าเค้าเลยนี่ ~
ผ่านไป 30 นาที ยูสุเกะเริ่มกระวนกระวาย แต่ก้อยังทำไรไม่ได้อยู่ดี ได้แต่รอไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง
ท่านผู้โดยสารทุกท่านคะ กรุณานั่งอยู่กับที่และรัดเข็มขัดให้เรียบร้อยนะคะ ขณะนี้เรากำลังจะลงจอดที่ท่าอากาศยานรัฐฟลอริดาค่ะ สิ้นเสียงประกาศ ริวอิจิก้อเดินกลับมาและนั่งลงที่เดิม แต่ไม่หันมามองยูสุเกะเลย ผิดกับยูสุเกะที่จ้องมองอีกฝ่ายอย่างตกตะลึงในใบหน้าหวาน
นี่นาย จะจ้องชั้นไปถึงไหน ริวอิจิพูดขึ้นแก้เขิน หลังจากที่ยูสุเกะจ้องเขาอยู่นาน
ก้อนาย น่ารักนี่นา ชั้นก้ออยากจ้องอ่ะ ยังคงจ้องอีกฝ่ายต่อไป
โธ่ ที่เมื่อกี้ทำเป็นรำคาญ ทีตอนนี้จ้องอยู่ได้ เชอะ ริวอิจิบ่นออกมาเบาๆ แต่ยูสุเกะก้อยังได้ยินอยู่ดี
นี่นายงอนเหรอ แต่ชั้นไม่ชอบง้อใครน้า ยูสุพูดพลางอมยิ้มเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าริวอิจิหน้าแดง
ชั้นก้อไม่ได้ขอให้นายง้อนี่
งั้นก้อแปลว่านายยอมรับแล้วอ่ะดิว่านายงอน ริวอิจิหน้าแดงขึ้นกว่าเดิม และมองอีกฝ่ายเหมือนเป็นตะปู <แบบว่ามองค้อนอ่ะ>
ดีกันนะ ยูสุเกะพูดพลางยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าริวอิจิ
อืม ก้อได้ ริวอิจิยิ้มพร้อมยื่นนิ้วไปเกี่ยวกับอีกฝ่าย ด้วยใบหน้าที่มีสีเข้มมากๆ แต่ในขณะนั้นเอง เครื่องบินก้อเริ่มสั่นและโคลงเคลงไปมาราวกับกัปตันควบคุมทิศทางไม่ได้ ริวหันมาสบตาผมด้วยใบหน้าขาวซีด มือที่จับมือผมนั้นเย็นเฉียบ
ประกาศภาวะฉุกเฉิน ผู้โดยสารทุกท่านกรุณาอยู่ในความสงบ และทยอยกันไปที่ทางออกฉุกเฉินค่ะ สิ้นเสียงประกาศ ความโกลาหลก็เกิดขึ้นบนเครื่องบิน ทุกคนต่างก้อรีบรุดไปที่ทางออกฉุกเฉิน แต่แล้วเครื่องบินก้อเอียงวูบ ผู้คนบนเครื่องบินนั้นถูกแรงเหวี่ยงมากองรวมกันที่ด้านข้าง ก่อนที่เครื่องบินลำนั้นจะดิ่งลงสู่เบื้องล่าง พร้อมด้วยเสียงระเบิดดังกึกก้อง และส่งผลให้เกิดไฟลุกท่วม
ในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นยา มีเตียงสีขาวตั้งอยู่กลางห้อง และบนเตียงก้อมีชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งลืมตาขึ้นช้าๆ
ยูสุ..นายฟื้นแล้ว เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นข้างๆผม
ฮิซาโตะ ที่นี่ที่ไหน ชั้นมาอยู่ที่นี่ได้ไง เมื่อเหลือบไปเห็นสีหน้าของน้องชายที่ดูซีดเซียว ทำให้ยูสุเกะเอ่ยถามขึ้น
ที่นี่โรงพยาบาลในอเมริกา นายประสบอุบัติเหตุระหว่างมานี่อ่ะ
ชั้นมาอเมริกางั้นเหรอ มากับ..กับ..เออใช่ริวอยู่ไหน เมื่อนึกขึ้นได้จึงเอ่ยถามด้วยความกังวล
คือริว..ริวตายแล้วล่ะ
มะ..ไม่จริงใช่มั้ยฮิซาโตะ นายหลอกชั้นใช่มั้ย ยูสุเกะถึงกับหน้าซีดเผือด น้ำตาไหลอาบแก้ม ลำคอแห้งผาก
ยูสุ นายต้องยอมรับความจริงนะ ริวตายแล้ว ฮิซาโตะได้แต่กุมมือพี่ชายไว้ และคอยปลอบทั้งๆ ที่น้ำตาไหลลงมาเป็นสาย
ฮิซาโตะ ชั้นอยากไปหาริว พาชั้นไปนะ
อืม
ตอนนี้ผมยืนอยู่หน้าหลุมศพที่มีป้ายสลักไว้ว่า โองาตะ ริวอิจิ ผมคิดถึงริวมากเหลือเกิน ถึงเราเพิ่งจะเคยเจอกัน แต่หัวใจผมทั้งดวงก้อฝากไว้กับริวอิจิ ผมเอาช่อดอกไม้สีขาวไปวางไว้ที่หน้าหลุมศพ พร้อมกับเปิดเผยความในใจของผมออกไป
ริว ชั้นรักนาย ผมไม่รู้ว่าริวจะรับรู้รึเปล่า แต่ผมก้อคงทำได้แค่นี้ ทำไมพระเจ้าถึงใจร้ายกับผมนัก ทำไมท่านต้องพรากคนที่ผมรักไปจากผม ในขณะที่ผมยังไม่ได้บอกเค้าว่า ผมรักเค้า
แล้วคุณล่ะ? มีคนที่คุณรักรึยัง ถ้ามีแล้วผมอยากให้คุณบอกเค้าซะ ว่าคุณรักเค้ามากแค่ไหน บอกรักคนที่คุณรักในวันที่มีโอกาส อย่าเก็บความรู้สึกนั้นไว้คนเดียวเพียงเพราะคุณไม่แน่ใจว่าเค้าคิดยังงัยกับคุณ บอกเค้าซะในวันที่คุณยังทำได้ อย่าปล่อยให้เค้าจากคุณไปในวันที่คุณคิดว่า คุณรักเค้า
End.
By nata_keita